รายละเอียด: แอล กลูตาไธโอน พลัส + Coenzyme Q10 + ALA (มี อย.)
1. L-Glutathione 250 mg
(แอล กลูตาไทโอน) เป็นสารประเภท Tripeptide ที่ประกอบด้วยกรดอะมิโน 3 ชนิด ได้แก่ Cysteine, Glycine และ Glutamic acid
มีคุณสมบัติ ลดการสร้างเม็ดสีเมลานิน ต้านการเสื่อมของเซลล์ผิว ส่งผลให้ผิวหน้า ขาวสวยใส เรียบ เนียน เปล่งปลั่งไร้ริ้วรอย ฝ้าและ จุดด่างดำ รวมถึงผิวทั่วเรือนร่าง เช่นใต้วงแขน บริเวณขอบชุดชั้นใน (Bikini line) ริมฝีปาก และบริเวณหัวนม ให้ขาวอมชมพู
-Detoxification : กลูตาไทโอนช่วยสร้างเอ็นไซม์ชนิดต่าง ๆ ในร่างกายโดยเฉพาะ Glutathion-S-transferase ที่ช่วยในการกำจัดพิษออกจากร่างกายโดยไปเปลี่ยนสารพิษชนิดไม่ละลายในน้ำ (ละลายในน้ำมัน) เช่น พวกโลหะหนัก สารระเหย ยาฆ่าแมลง แม้แต่ยาบางชนิด ให้เป็นสารที่ละลายน้ำได้ดีขึ้นและง่ายต่อการกำจัดออกจากร่างกาย นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันตับ1 จากการถูกทำลายโดย แอลกอฮอล์ (สุรา) สารพิษจากบุหรี่ ยาพาราเซตามอลเกินขนาด (Overdose) ฯลฯ
-Antioxidant : กลูตาไทโอนมีคุณสมบัติเป็นสารต้านปฏิกิริยาอ๊อกซิเดชั่น (Antioxidant) ที่มีความสำคัญตัวหนึ่งในร่างกาย และหากขาดไป วิตามินซีและอี อาจจะทำงานได้ไม่เต็มที่
-Immune Enhancer : ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันในร่างกาย2 โดยกระตุ้นการทำงานของเอ็นไซม์หลายชนิดเพื่อให้ร่างกายต่อต้านสิ่งแปลกปลอมรวมถึงเชื้อแบคทีเรียและไวรัส นอกจากนี้กลูตาไทโอน ยังช่วยสร้างและซ่อมแซม DNA สร้างโปรตีนและ protaglandin
ภาวะการขาด :
โดยปกติแล้วร่างกายเราจะไม่ขาดกลูตาไทโอน นอกเสียจากจะเป็นโรคบางชนิดที่ทำให้เกิดความต้องการสารตัวนี้มากขึ้น หรือโรคที่ต้านการสร้าง Glutathione5 โรคหรืออาการบางชนิดที่เกี่ยวข้องกับการขาด สารนี้หรือต้องการสารนี้ในปริมาณเพิ่มขึ้น ได้แก่ โรคตับ เบาหวาน โรคความดัน6 ต้อหิน มะเร็ง7 เอดส์ ฯลฯ ในผู้ที่สูบบุหรี่จัดจะพบว่ามีระดับกลูตาไทโอน ในเลือดต่ำ เนื่องจากอัตราในการใช้กลูตาไทโอน เพิ่มขึ้น
2. Pine Bark Extract 40 mg.
คุณประโยขน์ของสารสกัดจากเปลือกสน จะเข้าไปลดปริมาณการสร้างเม็ดสี (Melanin) ที่ผิดปกติ อันเป็นสาเหตุของการเกิดฝ้า โดยช่วยให้ขนาดและความเข้มของรอยหมองคล้ำค่อย ๆ ลดลง คืนความยืดหยุ่น ทำให้ผิวขาวผุดผ่อง เนียนสวย อย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งบ่งบอกถึงการมีสุขภาพผิวที่ดี นับเป็น นวัตกรรมที่สร้างความน่าทึ่งให้กับวงการแพทย์ผิวหนังอีกครั้งหนึ่งจึงนับว่าเป็น ทางเลือกใหม่ในการแก้ปัญหาเรื่องฝ้าที่ถาวรและตรงจุด แต่ต้องได้รับอย่างน้อยวันละ 60 มก.
3. Natural Carotenoid D.Salina 40 mg.
เป็นสารตั้งต้นของวิตามินเอ(โปรวิตามินเอ) มีบทบาทสำคัญในการรักษาสุขภาพและเพิ่มระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง ทั้งนี้ โดยปกติร่างกายของมนุษย์เราสามารถเปลี่ยนเบต้าแคโรทีนไปเป็นวิตามินเอได้ตามปริมาณที่ร่างกายต้องการ นอกจากนี้ยังทำหน้าที่เสมือนเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ(แอนตี้ออกซิเดนท์) ด้วย
เบต้าแคโรทีนมีในพืชสีเหลืองและสีส้ม ทั้งแครอต ฟักทอง หน่อไม้ฝรั่ง ข้าวโพดอ่อน แตงโม แคนตาลูป มะละกอสุก และผักที่มีสีเขียวอย่างบร็อกโคลี่ มะระ ผักบุ้ง ต้นหอม ผักคะน้า ผักตำลึง เป็นต้น (เหตุที่มีสีเขียวเพราะสีของเบต้าแคโรทีนถูกสีเขียวของคลอโรฟิลล์บดบัง)
ประโยชน์ที่เบต้าแคโรทีนให้แก่ร่างกายคือ
1.ดูแลรักษาผิวพรรณอันเป็นส่วนของร่างกายที่ดีที่สุดที่จะทำให้ทราบว่าอนุมูลอิสระมีผลต่อเราแล้วหรือยัง เช่น ผิวเริ่มเหี่ยวย่น ไม่ผ่องใส
2.ลดความเสี่ยงต่อภาวะมะเร็ง อนุมูลอิสระมีผลเกี่ยวข้องกับมะเร็งเนื้อร้าย การลดปริมาณอนุมูลอิสระเท่ากับลดความเสี่ยงของมะเร็ง ทั้งยังพบว่าเบต้าแคโรทีนให้ผลกระตุ้นเซลล์ภูมิต้านทานในร่างกายที่ชื่อ ที-เฮลเปอร์ ให้ทำงานต้านสิ่งแปลกปลอมได้ดีขึ้น ให้ผลดีกับผู้ที่มีความเสี่ยงต่อมะเร็ง
3.บำรุงสุขภาพของดวงตา เบต้าแคโรทีนเมื่อโดนย่อยสลายที่ตับแล้วจะได้วิตามินเอ ซึ่งร่างกายนำไปใช้สร้างสารโรดอฟซินในดวงตาส่วนเรตินา ทำให้ตามีความสามารถในการมองเห็นในตอนกลางคืนได้ และยังลดความเสื่อมของเซลล์ของลูกตา ลดความเสี่ยงต่อการเป็นต้อกระจกด้วย
4.ชะลอความแก่ เบต้าแคโรทีนให้ผลในการลดความเสื่อมของเซลล์จากอนุมุลอิสระ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดกระบวนการแก่
4. Alph Lipoic Acid 30mg
โอเมก้า3 หรือกรดอัลฟา-ไลโนเลนิก (พบมากในน้ำมันเมล็ดปอ ฟักทอง) เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะถูกเปลี่ยนเป็น EPA (Eicosapentaenoic acid)
และ DHA (Docosahexaenoic acid) และเปลี่ยนเป็นโพสตาแกรนดินในที่สุด ซึ่งโพสตาแกรนดินที่ได้จากขบวนการนี้จะถูกทำลายได้ง่ายจากขบวนการปรุงอาหาร ซึ่งทั้งEPA และDHA (ทั้งคู่พบได้ในปลาทูน่า ปลาแมคคอเรล ปลาเฮอร์ริ่ง ปลาเทราซ์ ปลาแซลมอน ปลาซาร์ดีนและน้ำมันปลาเหล่านี้)
ช่วยสร้างความแข็งแรงให้แก่เยื่อหุ้มเซลล์ ป้องกันไม่ให้ผิวหนังและเยื่อบุต่างๆปล่อยสารเข้าออกมากเกินไป ช่วยให้การทำงานของหัวใจและหลอดเลือดเป็นไปอย่างสมดุล จึงจำเป็นต่อการทำงานของสมองในด้านการมองเห็น การปรับตัว การเรียนรู้ อารมณ์
5. Grape Seed Extract 20 mg.
มีสารฟลาโวนอยด์ ที่เรียกว่า โปรแอนโธไซยานิน สารนี้เมื่อรวมตัวกันจะอยู่ในรูปของโอริโกเมอริค โปรแอนโธไซยานิน (Oligometic proanthocyanidin) หรือเรียกย่อๆว่า OPC ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็น “ซุปเปอร์แอนตี้ออกซิแดนท์” (Super Antioxidant) มีคุณฯสมบัติและคุณภาพสูงในการกำจัดอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดโรคมะเร็ง ได้ดีกว่า วิตามินซี 20 เท่า และมากกว่าวิตามินอี 50 เท่า
สารสกัดจากเมล็ดองุ่น
มีฤทธิ์ต่อต้านอนุมูลอิสระแล้วยังเสริมสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนังให้ผิวแข็งแรง จึงช่วยให้ผิวพรรณมีสุขภาพดี ไร้ริ้วรอย ทำให้ผิวเเลดูมีเลือดฝาด อ่อนกว่าวัย และสร้างภูมิคุ้มกันโรคให้กับร่างกาย การรับประทานสารสกัดจากเมล็ดองุ่นเป็นประจำจะทำให้ร่างกายมีฤทธิ์ต่อต้านอนุมูลอิสระซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเกิดโรคมะเร็ง ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้คือ คืนความแข็งแรงให้คอลลาเจน สารสกัดจากเมล็ดองุ่นลดการทำงานของเอนไซม์ทีคอลลาจิเนส ที่เป็นสาเหตุทำให้เนื้อเยื่อคอลลาเจนถูกทำลายและทำให้ผิวพรรณแก่ก่อนวัย โดยสารสกัดจากเมล็ดองุ่นจะช่วยซ่อมแซมตัวเองของคอลลาเจน คืนความแข้งแรง และความยืดหยุ่น ให้กับผิวพรรณ
6. Lichee Seed Extract 20 mg.
สารสกัดจากเมล็ดลิ้นจี่นี้ จึงมีประสิทธิภาพสูงที่มากกว่าสารสกัดธรรมชาติอื่นหลายๆ ชนิด คือ ไม่เพียงบำรุงผิวให้มีสุขภาพดีเหมือนสารธรรมชาติอื่นหลายชนิด แต่ยังสามารถต่อต้านการเสื่อมของโครงสร้างของผิวโดยตรง และยังมีประสิทธิภาพที่แตกต่าง จากการที่สามารถกระตุ้นให้มีการสร้างคอลลาเจนขึ้นใหม่ได้อีกตามธรรมชาติ เพื่อคืนความเด้งกระชับและยืดหยุ่น ผิวตึงตัวขึ้น ไม่มีร่องลึกและริ้วรอย ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการมีผิวอ่อนวัยอย่างเป็นธรรมชาติ อีกทั้งช่วยเพิ่มความชุ่มขื่นให้กับผิว ปรับสภาพความเป็นกรดด่างของผิวให้มีสุขภาพดี ช่วยเพิ่มความเงางามให้กับผิว ช่วยต่อต้านการทำลายเซลผิวจากอนุมูลอิสระได้ดี ช่วยปรับสภาพสีผิวให้ขาว สดใส และยังทำให้มีสีผิวขาวสม่ำเสมอ จึงทำให้ผิวสวยสมบูรณ์อย่างเป็นธรรมชาติอย่างรวดเร็ว และปลอดภัย
สารสกัดที่ได้จากเมล็ดลิ้นจี่ มีความสำคัญต่อการดูแลผิวพรรณจากภายในของชาย-หญิง แม้ไม่มีใครหยุดเวลาได้ แต่การดูแลผิวพรรณให้คงสภาพที่ดีไว้ ให้นานที่สุด ย่อมเป็นสิ่งที่สำหรับทุกคนที่ต้องการ ยิ่งกว่านั้นการทำให้ผิวเสื่อมวัย กลับคืนสู่ผิวอ่อนวัย ย่อมเป็นสุดยอดแห่งความปรารถนาของทุกคน
7.Coenzyme Q10 10mg.
โคเอนไซม์ Q10 เป็นสารสำคัญที่มีส่วนร่วมในการผลิตพลังงานมักพบในอวัยวะที่ต้องใช้พลังงานสูง เช่น หัวใจ ตับ ไต เพื่อสร้างความแข็งแรงให้กับเซลล์ และช่วยลดความเมื่อยล้า โคเอนไซม์ยัง ช่วยยับยั้งคอเลสเตอรอลไม่ให้จับตัวอยู่ตามผนังหลอดเลือด ลดการเกิดปัญหาเส้นเลือดอุดตัน บรรเทา อาการปวดร้าวบริเวณหน้าอกอันเกิดจากโรคความดันโลหิตสูงและภาวะแทรกซ้อน ช่วยป้องกันโรคสมองเสื่อมในผู้สูงอายุหรืออัลไซเมอร์ เนื่องจาก โคเอนไซม์ มีฟีนีลอะลานิน เป็นส่วนประกอบ สารตัวนี้จะช่วย กระตุ้นการทำงานของต่อมไทรอยด์ซึ่งผลิตฮอร์โมนที่ช่วยทำให้ความจำดีขึ้นและมีประสิทธิภาพในการลดริ้วรอยก่อนวัยช่วยชะลอความเสื่อมสภาพของ เซลล์ผิว และมีคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระ